ไบโอเรซิเป้ โอไรซานอล น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวผสมโคเอนไซม์ คิวเท็น


1. การเลือกรับประทานน้ำมันรำข้าวให้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย ควรพิจารณาจาก
a.เพื่อให้ได้น้ำมันรำข้าวที่อุดมด้วยสารสกัดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุดควรพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกด้วยขบวนการเกษตรอินทรีย์ เป็นการปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี

b. และผ่านการสกัดโดยไม่ใช้ความร้อน เช่นขบวนการบีบเย็น (cold pressed process)

c. รวมถึงบรรจุสารสำคัญ ในซอฟเจลลาทิน แคปซูล เพื่อลดกลิ่นหืน และป้องกันการรั่วของของเหลว

 

2. น้ำมันรำข้าวที่สะอาดสังเกตได้อย่างไร
a. ดูที่ความใสของออยส์ที่บรรจุในแคปซูล จะต้องไม่มีตะกอนหรือความขุ่น

 

3. ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่
a. ในน้ำมันรำข้าวสกัด มีธาตุโครเมียม ( Cr ) ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าไปในระบบเลือด แล้วทำหน้าที่ในการจับฮอร์โมน อินซูลิน ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินคงตัวได้นาน เกาะตามเซลล์ต่าง ๆ ของกล้ามเนื้อ ทำให้ฮอร์โมนอินซูอินมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวานควบคุมได้ง่ายขึ้น

 

4. น้ำมันรำข้าวมีผลอย่างไรต่อผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง
a. กลไกการออกฤทธิ์ลดไขมันของน้ำมันรำข้าวเกิดจากการลดการดูดซึมของโคเลสเตอรอลในลำไส้โดยphytosterol ซึ่งมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับโคเลสเตอรอล พร้อมกับรบกวนการเคลื่อนย้ายโคเลสเตอรอล เข้าไปใน micelle ดังนั้นจึงมีผลรบกวนการดูดซึมโคเลสเตอรอลในลำไส้ นอกจากนี้ยังมีผลในเรื่องการกำจัดกรดน้ำดี ซึ่งมีผลในการลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดและในตับ เป็นต้น

 

5. มีข้อห้ามรับประทานในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่
a. น้ำมัน Linoleic Acid ( ไลโนเลอิค ) ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นโปสตาแกลนดินให้กลายเป็นฮอร์โมนที่ไปช่วยลดการเกาะตัวของลิ่มเลือดภายในหลอดเลือดทำให้ลิ่มเลือดสลายตัว ส่งผลให้การทำงานของหัวใจลดลง

b. วิตามินอี ในรูปแอลฟ่าโทโคฟีรอล และโคไตรอีนอล ช่วยละลายลิ่มเลือดทำให้ความดันโลหิตลดลง นำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น ทำให้ไม่เกิดอาการขาดเลือดบางส่วน ไม่ก่อให้เกิดอาการเลือดขอดคั่ง ช่วยละลายโคเลสเตอรอลในเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต ทำให้ระบบการทำงานของฮอร์โมนในอวัยวะต่างๆ เป็นปกติ การหลั่งฮอร์โมน นอร์อเนพพริน ลดลง ทำให้เส้นเลือดคลายตัว การหลั่งไคนินฮอร์โมนมากขึ้น จากต่อมหมวกไตมีผลให้เลือดคลายตัว ลดการสร้างฮอร์โมนเรนนิน ที่เป็นสาเหตุให้การบีบตัวของเส้นเลือดลดลง ดังนั้นจึงไม่มีอันตรายต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง